Dimas Frolov logo
Post cover image: เลือกกล้องและเลนส์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ!

เลือกกล้องและเลนส์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ!

วันที่ตีพิมพ์: 15 กันยายน 2568 | Updated: 08 กันยายน 2569

มักมีคนถามผมเรื่อยๆ ว่าคิดยังไงกับกล้องหรือเลนส์รุ่นต่างๆ แต่ผมก็ไม่ได้มีประสบการณ์ลองใช้จริงทุกตัว บางครั้งก็แค่อยากหาข้อมูลแล้วเทียบอุปกรณ์ด้วยตัวเอง ปัญหาก็คือ ความเห็นส่วนตัวและค่าพารามิเตอร์สารพัดอย่างทำให้ทุกอย่างดูยุ่งยากไปหมด บนเน็ตมีรีวิวและเว็บไซต์อยู่เยอะมาก ซึ่งผมก็เปิดดูอยู่บ้าง แต่คราวนี้ผมอยากมาแนะนำเว็บดีๆ สักเว็บหนึ่ง เป็นเว็บที่ผมใช้เองเป็นประจำและคอยส่งลิงก์ให้เพื่อนๆ หรือคนรู้จักเข้าไปดูเสมอ:) ตอนนี้เว็บใช้งานสะดวกขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก เพราะมีระบบตัวกรองที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

ขอแนะนำให้รู้จักกับ: www.DxOMark.com

เว็บนี้รวบรวมข้อมูลกล้องและเลนส์เกือบทุกรุ่นบนโลกใบนี้เอาไว้ (ยกเว้นกล้องจากยุคโซเวียต) ทุกตัวถูกจัดอันดับและสามารถคัดแยกตามค่าต่างๆ ได้ เนื่องจากตัวเว็บเป็นภาษาอังกฤษ ผมจะขอสรุปค่าพารามิเตอร์หลักๆ สั้นๆ เพื่อให้ประเมินกล้องหรือเลนส์ได้โดยไม่ต้องลงลึกในรายละเอียดทางเทคนิค

การเลือกกล้อง

เลือกกล้องและเลนส์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ!. ช่างภาพ ดีมัส โฟรล็อกซ์ บาทต่อภาพ 680
ภาพโดย ช่างภาพประจำกรุงลิสบอน - ดีมัส โฟรล็อกซ์

* ผมขอใส่ความเห็นส่วนตัวไว้ใต้เครื่องหมายดอกจัน โดยอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียนบทความนี้

หลักๆ แล้วมี 3 ค่าสำคัญสำหรับกล้อง หรือพูดให้ชัดกว่านั้นคือสำหรับเซนเซอร์:

  1. "Portrait" (Color depth): ช่วงความลึกของสี หรือบิตเดปธ์ พูดง่ายๆ ก็คือการถ่ายทอดสีสัน ค่านี้นับเป็นบิต แสดงให้เห็นว่าเซนเซอร์สามารถแยกแยะความแตกต่างของเฉดสีที่ละเอียดอ่อนได้ดีแค่ไหน และบอกถึงจำนวนสีทั้งหมดที่เซนเซอร์แยกแยะได้
    * ตอนนี้ตัวที่นำโด่งคือ Phase One IQ180 (ได้ 26.5 บิต ในราคา $42,490) ส่วนอันดับ 3 ที่ตามมาติดๆ คือ Nikon D810 ทำได้ 25.7 บิต กับราคา $3,300 โดยทั่วไปกล้องส่วนใหญ่ให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมอยู่แล้ว ส่วนตัวผมเองไม่ได้ซีเรียสกับค่านี้เท่าไหร่
  2. "Landscape" (Dynamic Range): ไดนามิกเรนจ์ของเซนเซอร์
    นี่คือช่วงความต่างระหว่างจุดที่สว่างที่สุดกับจุดที่มืดที่สุดที่เซนเซอร์เก็บรายละเอียดมาได้ ถ้าคุณถ่ายภาพอันเดอร์ (ภาพออกมามืด) ไดนามิกเรนจ์ที่กว้างจะช่วยให้คุณ "ดึง" รายละเอียดกลับคืนมาได้โดยไม่เสียคุณภาพ
    * จุดนี้น่าสนใจมาก Nikon กับ Sony เป็นเจ้าตลาดชัดเจน ตัวอย่างเช่น Nikon D810 มีไดนามิกเรนจ์กว้างถึง 14.8 สต็อป!
    ขอทบทวนนิดนึง: ความต่าง 1 สต็อปหมายถึงปริมาณแสงที่เพิ่มหรือลดลงเท่าตัว ในตารางนี้ Canon ตามหลังอยู่พอสมควร…
    Canon EOS 5DS = 12.4
    Canon EOS 1Ds Mark III = 12
    เชื่อผมเถอะว่า อีก 2 สต็อปที่เพิ่มเข้ามาทำให้ Nikon ถ่ายอันเดอร์หนักๆ แล้วยังกู้ไฟล์กลับมาได้สบายโดยสีไม่เพี้ยน
  3. "Sports" (Low-Light ISO): เวลาถ่ายภาพที่มีความเคลื่อนไหวอย่างภาพกีฬา หน้าที่หลักคือต้องหยุดการเคลื่อนไหวให้สนิทด้วยชัตเตอร์สปีดสูงๆ และเพื่อชดเชยแสงที่ไม่พอ เราจึงต้องดัน ISO ขึ้น ซึ่งทำให้เกิดสัญญาณรบกวน (Noise) ค่านี้จึงบอกว่าเซนเซอร์จัดการกับ ISO สูงๆ ได้ดีแค่ไหนโดยยังรักษาคุณภาพของภาพเอาไว้ได้
    * รุ่นที่นำแบบไม่เห็นฝุ่นคือ Sony A7S ทำคะแนนไปถึง 3702 ขณะที่ Nikon D810 ได้ 2853 และ Canon EOS 5DS R ได้แค่ 2308
    Sony ทิ้งห่างไปไกล แต่ในใจผมก็ยังไม่พร้อมมอง Sony สำหรับงานถ่ายภาพแต่งงานอยู่ดี เลนส์มีราคาสูงและตัวเลือกยังแคบกว่าฝั่ง Nikon กับ Canon

นอกจากนี้แน่นอนว่ายังมีตัวเลือกอื่น:

  1. แบรนด์
  2. ประเภทของกล้อง
  3. ความละเอียดเมกะพิกเซล
  4. ขนาดเซนเซอร์
  5. ราคาโดยประมาณ
  6. วันที่วางจำหน่าย

การนำข้อมูลเหล่านี้มาเป็นแนวทางแล้วกรองตามช่วงสเปกที่ต้องการ จะช่วยให้คุณเลือกกล้องที่ลงตัวกับตัวเองได้พอดีเป๊ะ

การเลือกเลนส์

เลือกกล้องและเลนส์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ!. ช่างภาพ ดีมัส โฟรล็อกซ์ บาทต่อภาพ 681
ภาพโดย ช่างภาพประจำกรุงลิสบอน - ดีมัส โฟรล็อกซ์

* ย้ำอีกครั้งว่าผมเน้นเลนส์สำหรับเมาท์ฟูลเฟรมของ Nikon และ Canon เป็นหลัก ความเห็นจึงจะวนเวียนอยู่แถวนี้ และผมขอข้ามเลนส์แมนนวลโฟกัสอย่าง Carl Zeiss รวมถึงเลนส์ระยะเกิน 200mm ไปก่อน เพราะการใช้งานค่อนข้างเฉพาะทาง

ฝั่งเลนส์ก็มีการจัดอันดับเหมือนกัน โดยวัดจากค่าเหล่านี้:

  1. "Sharpness": ยิ่งค่านี้สูง ภาพตรงจุดโฟกัสก็จะยิ่งคมกริบ
    * พอลองเรียงตามความคมและตัดเลนส์มือหมุน Carl Zeiss ออกไป ตัวท็อปคือ Sigma 35mm F1.4 DG HSM A ตอนนี้ผมใช้ตัวนี้กับ Canon อยู่ และชอบความคมตอนเปิดรูรับแสงกว้างสุดมาก ค่า Sharpness อยู่ที่ 23 ส่วนที่ทำให้ประหลาดใจคือ Sigma 85mm F1.4 EX DG HSM ได้ไป 17 ซึ่งถือว่าดีทีเดียว… มีข่าวลือว่าปีนี้ Sigma จะปล่อย 85 1.4 Art ออกมา ซึ่งเรื่องความคมน่าจะจัดจ้านมากแน่ๆ:))) มารอดูกัน:)
  2. "Transmission": ปริมาณแสงที่ผ่านทะลุจากชิ้นเลนส์ด้านหน้าไปถึงเซนเซอร์ ยิ่งมีชิ้นเลนส์เยอะ ค่าการส่งผ่านแสงก็ยิ่งลดลง
    * ยิ่งค่าน้อยยิ่งดี ตัวอย่างเช่นในกลุ่มเลนส์ที่ผมติดตามอยู่ ตัวนำคือ Canon EF 50mm f/1.2L USM มีค่า Transmission อยู่ที่ 1.4 (ไม่ใช่ค่ารูรับแสง) ส่วน Sigma 35mm F1.4 DG HSM A ก็ทำได้โดดเด่นที่ 1.5
  3. "Distortion": ความบิดเบี้ยวทางเรขาคณิต เช่น เส้นตรงโค้งงอหรือยืดออก
    * เลนส์ระยะเทเลจะมีดิสตอร์ชันน้อย ส่วนเลนส์มุมกว้างจะมีมากกว่า และสำหรับเลนส์มุมกว้างบางตัว สิ่งนี้กลายเป็น "จุดเด่น" ไปด้วยซ้ำ ตัวผมเองเลยไม่ได้ให้น้ำหนักกับค่านี้เท่าไหร่
  4. "Vignetting": ขอบภาพมืดหรือสว่างเมื่อเทียบกับบริเวณกลางภาพ
    * ผมชอบให้ภาพติดขอบมืดนิดๆ อยู่แล้ว ถ้าภาพไหนไม่อยากให้มีก็ค่อยไปดึงออกในโปรแกรม สำหรับผมค่านี้เลยไม่ค่อยสำคัญนัก
  5. "Chr. aberration": ความคลาดสีหรือขอบม่วงขอบเขียวในจุดที่ไม่ควรมี มักจะเห็นเป็นเส้นสีม่วงรอบขอบวัตถุเวลาถ่ายย้อนแสง
    * ตัวนี้สำคัญครับ ผมชอบถ่ายภาพย้อนแสงตรงๆ ตัวเลขยิ่งต่ำก็แปลว่าขอบม่วงยิ่งน้อย เราไม่จำเป็นต้องถึงขั้นใสเคลียร์ไร้ขอบสีขนาดนั้น (เพราะภาพอาจจะดู "แห้งแล้งไร้อารมณ์" เกินไป) แต่ถ้าขอบม่วงขึ้นเยอะไปก็ไม่ไหวเหมือนกัน
    Canon EF 135mm f/2L USM = 4
    Canon EF 85mm f/1.8 USM = 3
    Sigma 35mm F1.4 DG HSM A Canon = 6
    ทั้งหมดนี้อยู่ในระดับที่รับได้สบายๆ
    Canon EF 24-70mm f/2.8L USM = 13
    Canon EF 24-70mm f/2.8L II USM = 15
    Canon EF 16-35mm f/2.8L II USM = 13

นอกจากนี้ยังมีตัวกรองมาตรฐานอื่นๆ ได้แก่:

  1. แบรนด์
  2. ประเภทเลนส์ (มุมกว้าง, เทเล ฯลฯ)
  3. ทางยาวโฟกัส
  4. เลนส์ซูมหรือเลนส์ฟิกซ์
  5. รูรับแสง
  6. เมาท์เลนส์
  7. ราคา
  8. วันที่วางจำหน่าย
* ใจจริงอยากให้มีตัวกรองสำหรับออโต้โฟกัส/แมนนวล กับความเร็วในการโฟกัสด้วยซะเลย

บทสรุป

หลังจากลองนั่งค้นดูข้อมูลในเว็บนี้ ผมได้รู้อะไรใหม่ๆ อีกเยอะเลย จนตอนนี้เริ่มอยากกลับไปหา Nikon อีกรอบแล้วสิ:) ให้เจาะจงก็คือ Nikon D850 นั่นแหละ:) แล้วคุณล่ะ เล็งตัวไหนไว้บ้าง?

บาทต่อภาพ: ดิมาส โฟรโลฟ
เกี่ยวกับช่างภาพ

ช่างภาพประจำอยู่ที่ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส
ช่างภาพประจำอยู่ที่ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เขาเป็นชาวยูเครน เริ่มทำงานเป็นช่างภาพตั้งแต่ปี 2007 หลังจากใช้เวลากว่า 10 ปีในประเทศไทย เขาได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่โปรตุเกสและประจำอยู่ที่ลิสบอน พร้อมรับงานถ่ายภาพทั่วประเทศโปรตุเกสและยุโรป เป็นผู้ชนะรางวัลถ่ายภาพหลายรางวัล และผู้เขียนบทความด้านการถ่ายภาพมากมาย
SMS WhatsApp iMessage